ผู้เสียหายเปิดใจ โลกออนไลน์ทำพิษ มือดีฉกข้อมูลส่วนตัวแชร์ว่อนเน็ต เจอทักมาคุยอนาจารกว่า 200 คน ผู้เชี่ยวชาญชี้ ฟ้องร้องเอาผิดได้

            หลังจากที่มีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ (ฉบับที่ 2) 2560 เมื่อวันที่ 24 พ.ค. 2560 ผ่านเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เพื่อควบคุมพฤติกรรมการใช้อินเทอร์เน็ต สื่อสังคมออนไลน์และคอมพิวเตอร์ แต่ปัญหาที่เกิดจากการใช้คอมพิวเตอร์ยังคงเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แม้จะมีกฎหมายรองรับผู้เสียหายและกำหนดบทลงโทษไว้แก่ผู้กระทำผิดแล้วก็ตาม ซึ่งหนึ่งในปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกี่ยวกับการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ตามเว็บไซต์ต่าง ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต

ม่านแก้ว เสมสฤษดิ์ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งที่ได้รับความเสียหายจากการถูกนำข้อมูลส่วนตัวไปเผยแพร่ผ่านอินเทอร์เน็ต เปิดเผยว่า ตนได้โพสต์ภาพแชทจากแอปพลิเคชั่นไลน์ จำนวน 13 ภาพ โดยในภาพมีเนื้อหาเป็นบุคคลปริศนาได้นำข้อมูลส่วนตัวไปโพสต์ไว้ตามเว็บไซต์หาคู่ต่าง ๆ ข้อความเป็นไปในลักษณะเชิญชวนให้มาคุยหรือกระทำอนาจารผ่านการแชทและวีดีโอคอล  เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เริ่มต้นตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2560 โดยมีคนเพิ่มบัญชีผู้ใช้ ทักมาคุยในเชิงอนาจาร จำนวนมากกว่า 200 คน ตนเกิดความกลัวจึงรีบกีดกันไม่ให้สามารถเพิ่มบัญชีผู้ใช้ได้ ช่วงเดือน ม.ค. 2561 ตนได้กลับมาเปิดให้เพิ่มบัญชีผู้ใช้ได้อีกครั้ง เนื่องจากเกิดความไม่สะดวกต้องใช้ติดต่อเพื่อนและทำงาน

ม่านแก้ว กล่าวต่อไปว่า หลังจากเปิดแอปพลิเคชั่นไลน์ได้ไม่นานก็มีบุคคลปริศนานำข้อมูลส่วนตัวทั้งชื่อ นามสกุล ที่อยู่และช่องทางติดต่อตนได้ในโปรแกรมไลน์และสไกป์ ไปโพสต์ลงเว็บไซต์ต่าง ๆ เหมือนเดิม และครั้งนี้มีคนทักมาคุยจำนวนมากเช่นเคย จึงตัดความกลัวโดยการสอบถามคนที่ทำการเพิ่มบัญชีผู้ใช้มาว่า ได้ไอดีไลน์มาจากไหน จึงทราบว่ามีบุคคลปริศนาเป็นผู้กระทำ ตอนนี้ได้ไปลงบันทึกประจำวันที่สถานีตำรวจภูธรแสนสุข จ.ชลบุรี ให้ทราบเรื่องแล้ว แต่ยังไม่เห็นแนวทางจะจัดการเอาผิดและนำตัวผู้กระทำผิดไปดำเนินคดี

ดร.คณิน วงศ์ใหญ่ ที่ปรึกษากฎหมายทนายความและอาจารย์ภาควิชานิติศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า จากกรณีที่ผู้เสียหายถูกละเมิด หากอธิบายตามกฎหมายบัญญัติไว้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องคือประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ลักษณะ 5 หมวด 1 ตามมาตรา 420 และมาตรา  423 ระบุไว้ให้ผู้เสียหายสามารถเรียกค่าสินไหมทดแทนได้ ถัดมาประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 เป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา มีโทษจำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท และตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560

 ดร.คณิน ยังกล่าวต่อไปอีกว่า ผู้กระทำความผิดมีความผิด 2 กรรม คือ การมีข้อมูลและการเผยแพร่ โดยการเผยแพร่นั้น เป็นการกระทำโดยหมิ่นประมาท ซึ่งนำข้อมูลเป็นเท็จไปใช้ให้เกิดการเสียชื่อเสียงหรือนำไปเผยแพร่ ทำให้มีค่าน้อยลง เป็นการใส่ความในที่สาธารณะซึ่งเป็นการหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา ตามมาตรา 328 ที่กล่าวไว้ข้างต้น โดยผู้เสียหายสามารถเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดีกับพนักงานสอบสวน โดยการแจ้งความมี 2 แบบคือ การแจ้งความเพื่อเป็นหลักฐาน และการแจ้งความเพื่อดำเนินคดีหรือเป็นการร้องทุกข์
            ผู้สื่อข่าวลานมะพร้าวติดต่อไปยังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) มีเจ้าหน้าที่ได้ออกมาให้ข้อมูลว่า ในกรณีที่พบปัญหาดังกล่าวให้ผู้เสียหายแจ้งความดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทําความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ เพื่อเรียกร้องให้ดำเนินคดีและเรียกร้องค่าเสียหายจากผู้กระผิด ซึ่งต้องรอผลตรวจสอบหาผู้กระทำความผิดจากกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ปอท.) เสียก่อน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับทางผู้เสียหายด้วยว่าพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมหรือไม่ ถ้ายินยอมดำเนินการให้รวบรวมข้อมูล หลักฐานทั้งหมดที่กล่าวไว้ข้างต้นมาแจ้งความ ในคดีความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

เจ้าหน้าที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในกรณีที่ประชาชนพบเจอปัญหาหรือประสงค์อยากร้องเรียน สอบถามในเรื่องต่าง ๆ สามารถติดต่อผ่านเว็บไซต์ http://www.nhrc.or.th/ หรือผ่านสายด่วน 1377 โดยระบุหรือกรอกข้อมูลให้ถูกต้อง ชัดเจน ทั้งนี้ข้อมูลของผู้ติดต่อจะถูกปกปิดเป็นความลับ

 

 

 

© 2017 COCONEWS JR13