สนง.บริหารและพัฒนาองค์ความรู้อบจ.ชลฯ ร่วมมือสพท.จ.ชลบุรี เลือกอนุบาลชลฯ ตั้งศูนย์GTX พัฒนาศักยภาพเยาวชน หัวหน้าเผยเปิดได้แค่เทอมเดียว ไม่สามารถประเมินผลได้ แต่ยอมรับว่าดีขึ้น เด็ก ผู้ปกครองพอใจเสริมสร้างการเรียนรู้ เหลือขาดแคลนอุปกรณ์และสื่อบางชนิด ศึกษานิเทศก์ชี้เหตุสะดุดจากระบบดำเนินงานและการเมือง

หลังจากที่มีการลงนามบันทึกข้อตกลงระหว่างสำนักงานบริหารและพัฒนาองค์ความรู้ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชลบุรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรี เขต 1 และโรงเรียนอนุบาลชลบุรี เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2552 เรื่องการร่วมจัดตั้งศูนย์เสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นให้ได้รับการพัฒนาเต็มศักยภาพของนักเรียน ซึ่งจะส่งผลให้เยาวชนของจังหวัดชลบุรีได้รับการพัฒนาความสามารถพิเศษได้อย่างโดดเด่น ทั้งในด้านสติปัญญา ความสร้างสรรค์ การใช้ภาษา การเป็นผู้นำ ทั้งด้านทัศนศิลป์และศิลปะการแสดง ด้านดนตรี กีฬา รวมถึงความสามารถทางวิชาการอีกหลายสาขา เมื่อเทียบกับผู้อื่นที่มีอายุในระดับเดียวกัน โดยคำนึงถึงเกณฑ์การคัดเลือกเด็กที่เข้าใช้ศูนย์ฯ เพราะในจังหวัดชลบุรีมีศูนย์ฯตั้งอยู่ที่โรงเรียนอนุบาลชลบุรีเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

นางศิริวรรณ เจนจิตไพบูลย์ หัวหน้าศูนย์เสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น หรือ GTX โรงเรียนอนุบาลชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โครงการนี้เป็นการเริ่มต้นมาจากทางสถาบันส่งเสริมอัจฉริยภาพและนวัตกรรมการเรียนรู้ (สสอน.) โดยเริ่มต้นมีครูทั้งหมด 4 คน แบ่งเป็นหัวหน้าศูนย์ 1 คน และครูประจำชั้น 3 คน โดยจัดห้องให้มีเด็กทั้งหมด 25 คน โดยการคัดเลือกเด็กเข้าโครงการนั้นมี 2 ทาง คือ ทาง สสอน.และทางโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนอนุบาลชลบุรีจะคัดเลือกเด็กนักเรียนที่เรียนอยู่ในเกณฑ์ดี คือเรียนได้เกรด 3 และ 4 หรือห้องคิงส์ จำนวน 6 ห้อง โดยแบ่งเป็น 8 ฐานการเรียนรู้ ในห้องจะมีอุปกรณ์พิเศษและเกมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะของเด็ก โดยใช้เวลาเรียนในแต่ละวันประมาณ 2 ชั่วโมง ซึ่งทุกครั้งที่มีการใช้ศูนย์ฯ จะมีครูคอยควบคุมและแนะนำเด็ก

หัวหน้าศูนย์เสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น กล่าวอีกว่า เนื่องจากขณะนี้เพิ่งเปิดศูนย์ฯ ให้เด็กใช้บริการประมาณ 6 เดือน หรือทดลองเปิดได้เพียง 1 ภาคการเรียนเท่านั้น จึงยังไม่สามารถวัดได้ว่าประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่สังเกตได้ว่าเด็กแต่ละห้องมีพัฒนาการทั้งด้านการเรียนและการใช้ทักษะอื่นๆ ไปในทิศทางที่ดีขึ้น อยากให้ทาง สสอน.จัดหาอุปกรณ์ที่ใช้ในศูนย์และดำเนินการให้พร้อมกว่านี้ เพราะจำนวนอุปกรณ์และชุดทักษะต่างๆ ยังไม่เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน

เด็กหญิงเขมิสรา ทั้วสุภาพ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5/8 โรงเรียนอนุบาลชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า หลังจากได้ใช้ศูนย์เสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น แล้วทำให้ได้เรียนรู้ในการใช้ทักษะเพิ่มขึ้น สามารถนำมาช่วยในวิชาเรียนได้ เช่น วิชาศิลปะ คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ การเรียนในศูนย์ไม่เครียดเหมือนเรียนในห้องเรียน เพราะมีอุปกรณ์ที่เน้นทักษะ เข้าใจง่าย ไม่ทำให้รู้สึกเบื่อ แต่อยากให้เพิ่มอุปกรณ์การเรียนในศูนย์ให้มากกว่านี้ เช่น อยากให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์และชุดทักษะอื่นๆ เพราะบางครั้งต้องแบ่งกันเล่นหลายๆ คน

เด็กหญิงจิณัฐตา ทวนดิลก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/9 โรงเรียนอนุบาลชลบุรี อำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการ กล่าวว่า ได้เข้าใช้ศูนย์เสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม รู้สึกชื่นชอบในอุปกรณ์หลายๆ อย่าง ทำให้ทักษะการใช้คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษดีขึ้นด้วย แต่อยากให้โรงเรียนเพิ่มเวลาในการใช้ศูนย์ให้มากกว่านี้ เพราะเพื่อนส่วนใหญ่บอกว่าเมื่อเรียนในศูนย์แล้วไม่เครียด รู้สึกสนุกสนาน ได้ใช้อุปกรณ์เสริมทักษะและได้เล่นเกมแปลกใหม่

นางอัจฉรา สุขแก้ว อายุ 47 ปี อาชีพรับจ้างทั่วไป ผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนอนุบาลชลบุรี ที่เข้าร่วมโครงการเสาะหาและพัฒนาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่น กล่าวว่า โดยส่วนตัวรู้จักโครงการนี้มาก่อนแล้ว เพราะน้องสาวทำงานที่โรงเรียนอนุบาลชลบุรีพอดี หลังจากที่ลูกเข้าร่วมโครงการเห็นได้ชัดว่ามีพัฒนาการดีขึ้น โดยเฉพาะด้านการพูดแสดงความคิดเห็นและการจัดระบบความคิด โดยอยากให้มีการพัฒนาและทำต่อเนื่องไปในอนาคต เพราะถือว่าเป็นโครงการที่ดีต่อเยาวชน อีกทั้งช่วยส่งเสริมศักยภาพทั้งในการเรียนรวมถึงรู้จักใช้ทักษะต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นางกานดา พุทธรักษา ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรีเขต 1 จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า โดยส่วนตัวเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี และมีประโยชน์ที่จะพัฒนาส่งเสริมศักยภาพในด้านต่างๆ ของเยาวชน แต่ปัญหาในตอนนี้อยู่ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบมีการเปลี่ยนถ่ายตัวบุคคลรวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงด้านการเมือง จึงทำให้โครงการต่างๆ ไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง                                                                        

ศึกษานิเทศก์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาชลบุรีเขต 1 จังหวัดชลบุรี กล่าวอีกว่า ศูนย์เสาะหาเด็กที่มีความสามารถพิเศษในท้องถิ่นของจังหวัดชลบุรีมีความพร้อมในด้านบุคลากร แต่ปัญหาที่ทำให้ศูนย์ยังมีความพร้อมไม่เต็มที่คือ ปัญหาในด้านอุปกรณ์และสื่อที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาทักษะความสามารถของเยาวชน ทำให้ศูนย์ฯ ยังไม่ประสบผลสำเร็จตามวัตถุประสงค์ที่จะรองรับเยาวชนที่ผ่านเกณฑ์การคัดเลือกทั้งหมดในจังหวัดชลบุรีได้ ที่สำคัญอยากให้ทุกหน่วยงานเห็นความสำคัญในการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเยาวชนให้มากขึ้น และในอนาคตเชื่อว่าโครงการนี้จะประสบความสำเร็จและสามารถพัฒนาศักยภาพของเด็กได้จริง