กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) แถลงสถานการณ์มลพิษประเทศไทย 2560 แหล่งน้ำที่มีคุณภาพเสื่อมโทรม แม่น้ำภาคตะวันออก 4 สาย คือ แม่น้ำท่าจีน แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง แม่น้ำพังราดตอนบน และ แม่น้ำระยองตอนล่าง นักวิชาการชี้ สาเหตุสำคัญมาจากภาคประชาชน

จากแถลงข่าวสถานการณ์มลพิษประเทศไทย 2560 โดย สุณี ปิยะพันธุ์พงศ์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2561 เปิดเผยคุณภาพน้ำแม่น้ำสายหลัก 59 แม่น้ำของประเทศ ในปี 2560 มีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ยังมีแหล่งน้ำคุณภาพเสื่อมโทรมที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ อันดับ 1 แม่น้ำเจ้าพระยาตอนล่าง จ.สมุทรปราการ อันดับ 2 แม่น้ำท่าจีนตอนล่าง จ.สมุทรสาคร อันดับ 3 แม่น้ำพังราดตอนบน จ.จันทบุรี อันดับ 4 แม่น้ำระยองตอนล่าง จ.ระยอง และอันดับ 5 แม่น้ำกวง จ.ลำพูน ซึ่งใน 5 อันดับนี้ มีแม่น้ำในภาคตะวันออกมากถึง 3 สาย ที่ติดอันดับเสื่อมโทรมที่สุด เนื่องจากเป็นช่วงที่แม่น้ำไหลผ่านพื้นที่ชุมชนเมือง ซึ่งมีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น เป็นพื้นที่ทำการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ และเป็นแหล่งที่ตั้งของอุตสาหกรรม ซึ่งไม่มีระบบบำบัดน้ำเสียที่มีประสิทธิภาพมากพอ

ดร. ถนอมศักดิ์ บุญภักดี อาจารย์ภาควิชาวาริชศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาบูรพา กล่าวว่า ปัญหาน้ำเสียส่วนใหญ่มองกันว่ามาจากแหล่งชุมชน พื้นที่ทำเกษตร และอุตสาหกรรม ซึ่งวิธีการในการจัดการบำบัดน้ำเสียจากทั้ง 3 แหล่งนั้นไม่เหมือนกัน ปัญหาของประเทศไทยคือ ระบบท่อ มีระบบการจัดการรวบรวมน้ำเสียค่อนข้างแย่ โดยหลักวิชาการการวางท่อต้องแยกกันระหว่างน้ำทิ้งกับน้ำฝน ซึ่งน้ำเสียทั้งสองส่วนต้องแยกจากกัน แต่ว่าระบบท่อของประเทศไทยใช้ระบบท่อรวม และระบบท่อที่มีอยู่ไม่ได้ออกแบบมาเผื่ออนาคต ส่วนน้ำเสียจากการทำเกษตรไม่ค่อยมีปัญหา เพราะภาคตะวันออกพื้นที่ทำการเกษตรมีน้อย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม ฉะนั้นการทำเกษตรและอุตสาหกรรมไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ด้วยเหตุผลที่ว่ากฎหมายเรื่องการควบคุมน้ำทิ้งในอุตสาหกรรมค่อนข้างดีอยู่แล้ว แต่บ้านเรือนต่างหากที่เป็นปัญหาใหญ่ ทุกคนมีส่วนทำให้เกิดน้ำเสีย แต่ถามหาความร่วมมือจากทุกคนกลับไม่มี

อาจารย์ภาควิชาวาริชศาสตร์ กล่าวต่ออีกว่า ในส่วนของหน่วยงานของรัฐคือ ควรมีบทบาทในการกำกับควบคุมการจัดการน้ำเสียให้ดียิ่งขึ้น เพราะผลเสียที่เกิดขึ้นคือน้ำเสียจำนวนมากที่ไม่ได้บำบัดถูกปล่อยลงทะเล นอกจากนี้การควบคุมระบบน้ำเสียโดยคนที่ไม่มีศักยภาพ ทำให้ระบบไม่สามารถทำงานตามที่ควรจะเป็น หากระบบบำบัดน้ำเสียที่มีอยู่ให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ ก็สามารถช่วยแก้ไขปัญหาได้ในระดับหนึ่ง ส่วนเรื่องไม่มีงบประมาณมาจัดการมองว่าเป็นปลายเหตุ ซึ่งในเชิงอุตสาหกรรมทำได้ดีในระดับหนึ่ง ผู้ประกอบการขนาดใหญ่ยินดีที่จะแก้ไขปัญหาและจัดการเรื่องนี้ให้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ แต่อาจมีปัญหาจากผู้ประกอบการขนาดเล็กที่ไม่มีศักยภาพบ้าง บ้านเรือนต่าง ๆ ไม่มีการเทน้ำเสียลงบ่อดักไขมัน ซึ่งตามกฎหมายต้องเทลงบ่อดักไขมันเพื่อกำจัดไขมัน มิเช่นนั้นอาจทำให้อุปกรณ์อุดตัน ระบบบำบัดน้ำเสียพัง และทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ ซึ่งประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้สนใจเรื่องนี้ การจัดการน้ำเสียจึงอยู่ที่จิตสำนึกของประชาชน

ทั้งนี้ จากหนังสือ ยุทธศาสตร์การจัดการมลพิษ 20 ปี และแผนจัดการมลพิษ พ.ศ. 2560 – 2564 กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า แหล่งน้ำที่อยู่ในเกณฑ์เสื่อมโทรมมากขึ้น โดยมีคุณภาพเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญของปัญหาคุณภาพน้ำเสื่อมโทรม มาจากน้ำเสียชุมชนที่เพิ่มขึ้นเพราะการเพิ่มขึ้นของประชากรและการขยายตัวของชุมชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ชุมชนที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำ ที่ส่วนใหญ่ระบายน้ำเสียลงสู่แหล่งน้ำโดยตรง ในขณะเดียวกันระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนมีไม่เพียงพอที่จะรองรับน้ำเสียที่เพิ่มขึ้น โดยปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการก่อสร้างหรือปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบบำบัดน้ำเสียรวมของชุมชนคือ ความพร้อมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการกำหนดรูปแบบระบบฯ การจัดหาที่ดิน และการอนุมัติงบประมาณในการก่อสร้าง  

 

© 2017 COCONEWS JR13