ร้านหนังสือลูกค้าน้อย บางวันเงียบกริบ ทยอยปิดกิจการ ผู้ช่วยผอ.ฝ่ายบริการสารสนเทศ เผย E-Book เป็นเพียงทางเลือกการอ่าน นักวิจัยชี้หนังสือเล่มยังคงสำคัญ

 

จากสถิติการยืมหนังสือของสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพาที่มีจำนวนการยืมหนังสือลดลงอย่างต่อเนื่อง ทีมข่าวลานมะพร้าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บข้อมูลเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้บริการสำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา พบว่า สถิติจำนวนการยืมหนังสือปี พ.ศ. 2560 มีการยืมหนังสือจำนวน 378,486 ครั้ง ลดลงจากปี พ.ศ. 2558 ซึ่งมีจำนวน 564,898 ครั้ง และปี พ.ศ. 2559 จำนวน 434,298 ครั้ง

นายเดชเจษฎา ทวีชาติ นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาบัญชี คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ตนเคยชินและชอบการอ่านหนังสือแบบเป็นรูปเล่ม เพราะอ่านง่ายและสร้างอารมณ์ร่วมกับพฤติกรรมการอ่านสมัยใหม่ทำให้ผู้คนหันไปอ่านหนังสือออนไลน์ผ่านทางสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์ต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อตนเนื่องจากนักเขียนหลายท่านเริ่มปรับตัวไปเขียนออนไลน์มากขึ้น

นางสาวสุภาพร มีทอง นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาภาพยนตร์และโทรทัศน์ ภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ส่วนใหญ่ตนจะอ่านหนังสือออนไลน์หรือหาข้อมูลต่าง ๆ บนอินเทอร์เน็ตมากกว่าเพราะเข้าถึงได้ง่ายและรวดเร็ว อีกทั้งหนังสือ E-book ยังถูกกว่าหนังสือที่เป็นเล่มทำให้ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และสะดวกต่อการพกพา โดยหนังสือที่ตนจะยืมจากห้องสมุดหรือซื้อจากร้านส่วนใหญ่มักเป็นนวนิยายที่ไม่มีให้อ่านออนไลน์เท่านั้น

นายศิริมุณย์ คชเศรษฐ์ นักวิจัยด้านภาษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอนสแตนซ์ ประเทศเยอรมนี หนึ่งในผู้ใช้บริการหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า ตนจะเลือกอ่านข้อมูลเบื้องต้นจากเว็บไซต์ออนไลน์ แล้วจึงหาหนังสือแบบรูปเล่มเพื่อนำมาอ่านให้เข้าใจมากขึ้น เพราะเนื้อหาในหนังสือมีความละเอียด ครบถ้วน และน่าเชื่อถือมากกว่า เพียงแต่หอสมุดเองก็ต้องตามผู้อ่านให้ทัน ด้วยการติดตามข่าวสารหนังสือใหม่ ๆ เพื่อนำมาให้บริการแก่ผู้ที่มาใช้บริการหอสมุด

นายพลพีร์ พานิชกูล อายุ 30 ปี พนักงานร้านเช่าหนังสือ Boo Book กล่าวว่า ปัจจุบันคนเข้ามาเช่าหนังสือที่ร้านน้อยลงไปมาก เมื่อ 4 - 5 ปีก่อนมีคนเข้ามาเช่าหนังสือ 10 - 15 คนต่อวัน แต่ตอนนี้มีคนเข้ามาเช่าหนังสือแค่ 3 - 4 คนต่อวัน ลูกค้าส่วนใหญ่ที่ยังมาเป็นลูกค้ารุ่นเก่า อายุประมาณ 30 - 50 ปี หรือพวกนักสะสมหนังสือเท่านั้น เด็กรุ่นใหม่แทบไม่มีเข้ามาเช่าหนังสืออ่าน เพราะปัจจุบันนี้ ทุกคนมีโทรศัพท์มือถือที่สามารถกดเข้าไปอ่านผ่านจากเว็บไซต์ได้หมด ซึ่งมีการอัปเดตที่รวดเร็วและสะดวกสบาย ไม่ต้องรอหนังสือตีพิมพ์ทำให้ไม่ค่อยมีใครมาอ่านหนังสือแล้ว จึงเป็นสาเหตุให้ร้านเช่าหนังสือหรือร้านขายหนังสือเริ่มทยอยปิดกิจการกันหมด

สถิติการยืมหนังสือลดลงของห้องสมุด ม.บูรพา

ผศ.ดร.จิตตาภา สารพัดนึก ไชยปัญญา หัวหน้าภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า พฤติกรรมผู้อ่านในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิมมาก หลายคนหันมาอ่านบนสื่อออนไลน์เพราะเข้าถึงได้ง่ายกว่า แต่ก็ใช่ว่าสื่อออนไลน์จะดีไปเสียหมด เพราะถ้าวัดจากความน่าเชื่อถือแล้วหนังสือย่อมมีมากกว่า บนสื่อออนไลน์อาจมีการใส่ความคิดเห็นมาก ซึ่งต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน

ผศ.ดร.จิตตาภา กล่าวต่อว่า ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับตัวผู้อ่านเป็นเรื่องการเลือกสรรข้อมูล เพราะแหล่งข้อมูลบนอินเทอร์เน็ตอาจไม่ถูกต้องหรือไม่มีการอ้างอิง แต่หนังสือแบบเล่มจะสามารถดูได้จากบรรณานุกรมว่ามีการอ้างอิงมาจากที่ใด ถ้าวัดเรื่องความสะดวก รวดเร็ว และเข้าถึงง่าย ต้องยอมรับว่าหนังสือออนไลน์ประสบความสำเร็จมากกว่า จะเห็นว่านิตยสารเริ่มปิดตัว หนังสือพิมพ์เพิ่มรูปแบบการอ่านออนไลน์ และสิ่งพิมพ์อื่น ๆ ก็เริ่มลดลง สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าผู้บริโภคนิยมใช้สื่อออนไลน์ในการเข้าถึงข้อมูลมากกว่า

นางสาวนิสาชล กาญจนพิชิต ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบริการสารสนเทศ สำนักหอสมุดมหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า แม้สถิติการยืมหนังสือน้อยลง แต่ก็ลดลงเพียงปีละประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ซึ่งสาเหตุหรือปัจจัยที่ทำให้การยืมหนังสือน้อยลงมาจากพฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไปทำให้ทางห้องสมุดต้องจัดหาข้อมูลสารสนเทศแบบอื่นมาให้บริการ เช่น ฐานข้อมูล E-book ฐานข้อมูล E-Journal หรือสื่อประเภทอื่น ๆ เข้ามาเพิ่ม โดยข้อมูลเหล่านี้จะเป็นข้อมูลออนไลน์ซึ่งนิสิตสามารถเข้าใช้งานได้ ทำให้สถิติการเข้าใช้งานข้อมูลออนไลน์เพิ่มถึง 50 เปอร์เซ็นต์ต่อปี และนอกเหนือจากพฤติกรรมการอ่านที่เปลี่ยนไปแล้ว อีกปัจจัยที่ทำให้การยืมหนังสือน้อยลง มาจากจำนวนนิสิตในช่วงปีที่ผ่านมาลดจำนวนลง

นางสาวนิสาชล กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาทำให้สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายและสะดวกรวดเร็วกว่าค้นหาจากหนังสือที่ใช้เวลาในการค้นหามากกว่า แต่ที่น่าห่วงคือ นิสิตอาจไม่มีความรู้หรือความเข้าใจเรื่องการใช้ข้อมูลสารสนเทศอย่างถูกต้องเหมาะสม เพราะข้อมูลที่ได้มาอาจเป็นข้อมูลไม่น่าเชื่อถือหรือถูกหลักวิชาการที่จะนำมาอ้างอิงในการทำงานได้ ที่สำคัญการนำผลงานของผู้อื่นมาใช้แล้วไม่มีการอ้างอิงอาจทำให้มีความผิดได้ โดยที่เจ้าตัวอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีความผิดที่ไปเอาข้อมูลคนอื่นมาใช้ในงานของตน

© 2017 COCONEWS JR13