สาวพาร์ทไทม์ร้านเหล้าเผยทำเพื่อเงินและมองเป็นเรื่องปกติ ไม่เสี่ยงถ้ารู้วิธีป้องกันตัว ด้านนักวิชาการชี้ค่านิยมและสภาพแวดล้อมเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้วัยรุ่นยอมเสี่ยง

 

จากกรณีนิสิตทำงานพาร์ทไทม์ร้านเหล้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์จึงลงพื้นที่สอบถามข้อมูล พบว่า นิสิตเลือกทำงานร้านเหล้าเพราะได้เงินเป็นจำนวนมาก อีกทั้งมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายหากรู้จักวิธีป้องกันตัวเอง

นางสาวเอ (นามสมมติ) นิสิตที่ทำงานพาร์ทไทม์ กล่าวว่า สาเหตุที่เลือกทำงานพาร์ทไทม์ร้านเหล้าเพราะอยากได้เงินสำหรับใช้ส่วนตัว ตนถูกเพื่อนที่ทำงานนี้มาชักชวนให้ไปทำด้วยกัน และมองว่างานนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอาชีพที่ใคร ๆ ก็ทำกัน จึงตัดสินใจไปทำ โดยเงินที่หามาได้นั้นส่วนใหญ่จะถูกนำไปใช้จ่ายค่าเครื่องสำอาง เสื้อผ้า ค่าหอ และศัลยกรรม อีกทั้งตนยังอยากให้ครอบครัวภูมิใจที่ตนสามารถหาเงินมาเลี้ยงตัวเองได้

นางสาวเอ กล่าวต่อว่า สาเหตุที่ตนอยากทำศัลยกรรม เพราะอยากแก้ไขสิ่งที่ตนรู้สึกว่าเป็นส่วนด้อยและสิ่งที่ทำให้ตนรู้สึกขาดความมั่นใจ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการถ่ายงานหรือเพื่ออาชีพในอนาคตด้วย ซึ่งตนมองว่าการทำศัลยกรรมก็ส่งผลต่องานพาร์ทไทม์ที่ตนทำด้วย เพราะตอนแรก ๆ ลูกค้าจะเลือกพนักงานที่ดูดีกว่าตน แต่เมื่อตนดูดีขึ้นลูกค้าก็จะเริ่มเข้าหามากขึ้นทำให้ได้เงินมากขึ้น

นางสาวเอ กล่าวถึงขอบเขตงานที่ทำว่า มีการชงเครื่องดื่ม พูดคุยกับลูกค้า ในส่วนนี้ต้องรู้จักป้องกันตัวเองด้วย คือต้องมีหลักการพูดว่าพูดยังไงลูกค้าชอบและอยากกลับมาใช้บริการกับทางร้านอีก แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นการชักชวนไปในทางเพศมากเกินไป หากลูกค้าพูดเรื่องทางเพศลึกไปก็ต้องหยุดเขา ซึ่งจริง ๆ แล้วมันขึ้นอยู่กับประสบการณ์การทำงานด้วย เมื่อทำไปนาน ๆ จะรู้เองว่าต้องคำพูดประมาณไหน อีกอย่างหนึ่งคือลูกค้ามักจะชักชวนให้ตนดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตรงนี้เราต้องรู้จักประมาณตัวเองว่าดื่มได้ระดับไหน

และนางสาวเอ กล่าวต่อว่า การทำงานประเภทนี้ก็มีกันบ้างที่โดนลวนลาม ลูกค้าบางคนเสนอเงินให้ 500 บาท แลกกับการหอมแก้มหนึ่งครั้งแต่ตนไม่ยอม ที่ตนเคยโดนมากสุดคือจับก้นขณะยืนชงเครื่องดื่ม ตนรู้สึกโกรธแต่ทำได้เพียงจำไว้เป็นบทเรียนและป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีก

นางสาวบี (นามสมมติ) นิสิตอีกคนผู้ทำงานพาร์ทไทม์ กล่าวว่า การแต่งกายทางร้านจะเป็นผู้กำหนด ร้านไหนที่แต่งตัวโชว์สัดส่วนมาก ค่าแรงก็จะมากด้วย เช่น ถ้าใส่เสื้อกล้ามกับกางเกงขาสั้นหรือเดรสสั้นรัดรูป อย่างที่ตนทำก็จะได้ค่าแรงประมาณวันละ 500 บาท และทิปอีกอย่างต่ำ 300 บาท ปกติตนก็เป็นคนแต่งตัวลักษณะนี้อยู่แล้ว จึงไม่ได้มองว่าการแต่งกายแบบนี้เป็นเรื่องน่าอาย

นางสาวบี กล่าวต่อว่า พ่อแม่ทราบและไว้ใจให้ตนทำงานนี้ เพราะรู้ว่าตนสามารถดูแลและป้องกันตัวเองได้ ส่วนกับคนรักช่วงแรก ๆ มีบ้างที่ทะเลาะกัน เราก็ต้องคอยอธิบายให้เข้าใจว่าเราต้องการนำเงินมาใช้เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เขาก็ดูแลเราด้วยการมาส่งที่ทำงาน ขับรถผ่านหน้าร้าน และรอรับกลับหอ แต่ช่วงหลัง ๆ ก็ขอให้เลิกทำเพราะเริ่มมีลูกค้าเข้ามาจีบมากขึ้น

นาวสาววิศลย์ศยา โสภิตพันธ์ นิสิตชั้นปีที่ 2 คณะรัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า โดยส่วนตัวตนไม่คิดที่จะทำงานร้านเหล้าเพราะต้องแต่งกายโชว์สัดส่วนซึ่งค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกลวนลามและระมัดระวังตัวเองได้ยาก และทางบ้านเองก็ไม่สนับสนุนให้ทำงานร้านเหล้าด้วย ตนจึงเลือกทำงานพาร์ทไทม์ร้านนมเพราะรู้สึกปลอดภัยกว่า อีกทั้งอยากลองหาประสบการณ์ให้ตนเอง

นายภาณิณ กมลสุนทร อาจารย์พิเศษภาควิชาจิตวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า สาเหตุที่ทำให้นิสิตต้องทำงานพาร์ทไทม์ทั้งร้านเหล้าหรือร้านนม อาจเป็นเพราะค่านิยมและสภาพแวดล้อมที่ผลักดันให้นิสิตต้องใช้เงินในหลาย ๆ ปัจจัย เช่น เพื่อให้ได้รับการยอมรับ คำชื่นชม และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นต้น ดังนั้น ร้านไหนให้เงินสูงกว่า ย่อมดึงดูดนิสิตได้มากกว่า อีกทั้งตัวนิสิตอาจเลือกทำงานเพราะเห็นผู้อื่นทำแล้วคุณภาพชีวิตของผู้นั้นเปลี่ยนไปด้วย เหมือนเป็นกระแสที่เห็นคนอื่นทำแล้วเขามีของใช้ที่ตนอยากได้ ก็จะเกิดความรู้สึกว่าจะทำอย่างไรให้ได้แบบเขาบ้าง

นายภาณิณ ยังกล่าวอีกว่า เราไม่สามารถเหมารวมคนที่ทำงานด้านนี้ว่าเขาไม่ดีทั้งหมดไม่ได้ บางคนเลือกที่จะทำเพราะเข้ากับบุคลิกส่วนตัว หรือทำเพราะว่าได้เงินเป็นจำนวนมาก แต่อีกมุมหนึ่งคนที่มาทำงานในลักษณะแฝงก็เยอะ ซึ่งทำให้เกิดผลกระทบกับคนที่มาทำงานจริง ๆ

© 2017 COCONEWS JR13