Tuesday, September 29
Home>บริหารจัดการ>เรียกเก็บเงินเอกไม่แจงรายละเอียด เสี่ยงผิดฐานยักยอก
บริหารจัดการ

เรียกเก็บเงินเอกไม่แจงรายละเอียด เสี่ยงผิดฐานยักยอก

กว่า 20 คณะในมหาวิทยาลัยบูรพา พบมีการเก็บเงินเอกหรือเงินรุ่น ตามแต่ละหน่วยกำหนดขึ้นเพื่อการจัดสรรทำกิจกรรมส่วนรวม นิสิตประธานเอก แจง มีการแจ้งรายละเอียดของการจ่ายเงินทุกครั้ง

จากสำรวจของทีมข่าวลานมะพร้าวออนไลน์พบว่า ภายในมหาวิทยาลัยบูรพา ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี  หลายสาขาวิชามีการเรียกเก็บเงินค่าทำกิจกรรมภายใน เช่น ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะมีการเรียกเก็บเงินคณะ 1,500 บาท โดยจะแบ่งเก็บเดือนละ 500 บาทเป็นเวลา 3 เดือน และเงินภาควิชาอีก 900 บาท ส่วนสาขาวิชาศาสนาและปรัชญา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา จะมีการเก็บเงินเอกสัปดาห์ละ 50 บาทตั้งแต่ปี 1 ในช่วงรับน้องหากไม่ไปซ้อมบูมให้กับบัณฑิตจะเก็บวันละ 100 บาท และวันรับปริญญาหากไม่ไปบูมให้บัณฑิตจะมีการเก็บอีก 300 บาท นอกจากนี้ยังมีการเก็บค่ากิจกรรมบายเนียร์ 300 – 500 บาท และนิสิตชั้นปีที่ 2 มีการเก็บค่ารับน้อง 1,200 บาทต่อคน

กษิดิศ ดิษยบุตร ประธานสาขาวิชาชีวเคมีชั้นปีที่ 1 สาขาวิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเรียกเก็บเงินค่าทำกิจกรรมของสาขานั้นมีการเก็บเป็นรายสัปดาห์ ในช่วงแรกมีการเก็บสัปดาห์ละ 50 บาท แต่นิสิตในสาขาลงความเห็นว่าเก็บเงินในจำนวนที่สูงไป ทำให้ปัจจุบันลดเหลือสัปดาห์ละ 20 บาท โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อเป็นเงินสำรองในการทำกิจกรรมของสาขา และทุกครั้งที่มีค่าใช้จ่ายจะมีการแจ้งรายละเอียดที่ชัดเจนให้นิสิตในสาขาทราบ

กษิดิศ กล่าวต่อว่า เนื่องจากในสาขามีกิจกรรมที่ต้องทำจึงมีความจำเป็นที่ยังต้องเก็บเงินอย่างต่อเนื่องทุกสัปดาห์ อาจจะมีช่วงที่กิจกรรมเยอะและบางกิจกรรมต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูง หากเงินที่เรียกเก็บคงเหลือในอนาคตเมื่อไม่มีกิจกรรมที่ต้องจัดแล้ว จะส่งต่อเงินดังกล่าวให้รุ่นน้องหรือทางภาควิชานำไปบริหารจัดการต่อไป

ณัฐนนท์ หงษ์เวียงจันทร์ ประธานเอกภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสื่อสาร ชั้นปีที่ 3 สาขาวิชาภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสื่อสาร คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การเรียกเก็บเงินขึ้นอยู่กับประธานเอกแต่ละชั้นปีเป็นผู้ดูแล สาขาของตนจะเก็บแบบครั้งเดียว 500 บาทต่อคน ทุกครั้งที่มีการเบิกเงินจะแจ้งรายละเอียดให้คนในสาขาทราบว่าใช้จ่ายอะไรไปบ้างอย่างไร ทุกฝ่ายต้องมีใบเสร็จมาชี้แจ้ง

ณัฐนนท์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสื่อสังคมออนไลน์มีผลกระทบค่อนข้างรุนแรงในการแสดงความคิดเห็นหากมีความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการเงินส่วนรวม ดังนั้นเพื่อป้องกันการเข้าใจผิดจึงต้องมีการชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ ในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งตอนนี้ยังมีข้อถกเถียงกันถึงเรื่องความจำเป็นต่อการเรียกเก็บเงินค่าทำกิจกรรมหรือไม่ แต่หากมองบริบทในตอนนี้ยังคงมีความจำเป็นเรียกเก็บกันเองเนื่องจากยังมีกิจกรรมที่ต้องจัดขึ้นอีก

ดร.สัญชัย เอียดปราบ รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิต คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า จริง ๆ แล้ว ทางคณะไม่มีนโยบายให้เก็บเงิน แต่เข้าใจว่าการเรียกเก็บเงินกันเองของนิสิตส่วนใหญ่ทำขึ้นเพื่อให้กิจกรรมสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี แต่ถ้าทางคณะรู้ทางคณะคงไม่ให้มีการเรียกเก็บ คำแนะนำต่อการเรียกเก็บเงินเพื่อทำกิจกรรมของนิสิต คือ ควรคำนึงถึงกิจกรรมที่จะทำว่าเป็นประเภทไหน มีความสำคัญอย่างไร ต้องบริหารจัดการงบประมาณอย่างไรเพื่อทำให้โปร่งใส

รองคณบดีฝ่ายพัฒนานิสิต กล่าวต่อว่า ในมุมมองของผู้บริหาร ไม่เห็นด้วยกับการเรียกเก็บเงินกันเองค่าทำกิจกรรมของนิสิต เพราะสถานะทางการเงินของนิสิตแต่ละคนไม่เหมือนกัน บางคนฐานะทางบ้านขัดสน อาจไม่มีเงินจ่ายให้ทำให้มีปัญหาด้านอื่นตามมา และถ้าเก็บเงินในจำนวนที่สูงไปอาจทำให้เกิดปัญหาในการจัดเก็บและการบริหารจัดการให้โปร่งใสได้

ทั้งนี้การเรียกเก็บเงินมาเป็นส่วนกลาง หากไม่มีการชี้แจงที่ชัดเจน อาจจะเข้าข่ายความผิดฐานยักยอกตาม ป.อ. มาตรา 352 เป็นความผิดอันยอมความได้ โจทก์ร่วมต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือน นับแต่วันรู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำความผิด มิฉะนั้น คดีเป็นอันขาดอายุความ การกระทำความผิดฐานยักยอกทรัพย์นั้นก็คือการที่ได้เข้าครอบครองทรัพย์ของคนอื่นหรือทรัพย์ที่คนอื่นเป็นเจ้าของรวมอยู่ด้วย  และในระหว่างการครอบครองนั้นกลับเบียดบังเอาทรัพย์นั้นเป็นของตนเองหรือของคนอื่นโดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ