Fanpage

แบ่งปันหน้านี้
ข่าวย้อนหลัง coconews ปี6

เว็บเพื่อนบ้าน

 

อบายมุขรุกคืบสถานศึกษา เปิดร้านนมแต่แอบขายเหล้า

ทุกวันนี้  นิสิตนักศึกษาแทบจะเป็นเป้าหมายหลักของร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ซึ่งเห็นได้จากทุกรอบรั้วมหา’ลัย ที่ถือเป็นทำเลทองของร้านเหล้าในการมอมเมาเยาวชน ซึ่งเครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่ มูลนิธิเพื่อนเยาวชนเพื่อการพัฒนา แสดงผลสำรวจร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์รอบสถานศึกษาในรัศมี 300เมตร ในพื้นที่ภาคกลาง พบว่า มหาวิทยาลัยบูรพา เป็นอันดับสี่ของสถาบันการศึกษาที่มีร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัย ที่มีมากถึง 58 ร้าน

แต่ที่น่าตกใจคือ สิ่งอบายมุขเหล่านี้กำลังแอบแฝงเข้ามาในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ในกรณีที่ร้านนมมีเมนูเหล้าปั่น เป็นอีกทางเลือกให้นิสิตนักศึกษา  ไม่เพียงเท่านั้นยังพบเห็นนิสิตนักศึกษาเข้าไปนั่งดื่มแอลกอฮอล์ทั้งในชุดเครื่องแบบให้เห็นกันจนคุ้นตาอีกด้วย

สำหรับนิสิตนักศึกษา หรือกลุ่มเป้าหมายหลักของร้านค้า หรือสถานบันเทิงที่จำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ต่างก็มีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป
นายสุเมธ สันติกุล นิสิตชั้นปีที่ 4 สาขาการตลาด คณะการจัดการและการท่องเที่ยว มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การที่มีร้านเหล้ารอบมหาวิทยาลัยเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งดีกว่าที่มีร้านเหล้าอยู่ไกลๆ เพราะเด็กต้องขับรถไปกินเพราะอาจเสี่ยงเกิดอันตรายและอุบัติเหตุเพิ่มขึ้น ส่วนร้านนมที่มีการขายเหล้าแอบแฝงคิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาด้วยเช่นกัน เพราะถ้าอยากจะกินเหล้าไม่ว่าจะนั่งกินที่ร้านนมหรือร้านเหล้าก็ไม่ต่างกัน และการที่มีร้านนมขายเหล้ารอบมหาวิทยาลัยก็เป็นประโยชน์อย่างหนึ่งที่ไม่ต้องขับรถกลับหอพักไกล อีกทั้งร้านต่าง ๆ เหล่านี้ยังช่วยให้เด็กมีงานพาร์ทไทม์ทำด้วย  “แต่ที่มีนิสิตใส่ชุดนิสิตไปนั่งดื่มเหล้า ผมคิดว่ามันไม่สมควร เป็นพฤติกรรมที่แย่มาก เพราะเป็นการไม่ให้เกียรติสถาบัน”นายสุเมธกล่าว

นางสาวน้ำทิพย์ ฟักกลิ่น นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา เห็นเป็นเรื่องปกติไปแล้วเช่นกันที่มีร้านขายเหล้าอยู่รอบมหาวิทยาลัย หรือจะเป็นร้านนมที่มีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ร่วมอยู่ด้วย อยู่ที่ความคิดของคนว่าเลือกที่จะดื่มหรือไม่ดื่ม เพราะถือเป็นทางเลือกหนึ่งของลูกค้าไปแล้ว แต่หากไปนั่งกินเหล้ากันทั้งชุดนิสิตก็รู้สึกไม่ดี ถือว่ามากเกินไป ไม่เหมะสม ควรจะรู้ตัวเองว่ากำลังทำอะไร อย่างน้อยน่าจะเปลี่ยนชุดไปก่อน ให้เกียรติสถานศึกษาด้วย และเห็นด้วยว่าตอนนี้อบายมุขมีมากขึ้นและใกล้ตัวมากขึ้น เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องน่าจะเห็นถึงปัญหา เข้ามาจัดการและควบคุมอย่างจริงจัง เช่น เรื่องการปิด-เปิดของร้านเหล้า ซึ่งบางร้านเปิดถึงเช้า

ด้านนายไพโรจน์ สิริสัจจาพิพัฒน์ เจ้าของร้านบะหมี่จับกัง ชาวบ้านละแวกร้านนมที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ร่วมด้วย บริเวณข้างมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี กล่าวว่า อยากให้ทางหน่วยงานราชการไม่ว่าจะเป็นด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ เทศบาล หรือมหาวิทยาลัยบูรพา ช่วยเข้ามาสอดส่องดูและปัญหาร้านเหล้าที่นับวันยิ่งมีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากจะทำให้สังคมมีความเสี่ยงขึ้น ยังก่อปัญหาและสร้างความรำคาญในหลายรูปแบบด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเกิดอุบัติเหตุกับชาวบ้านผู้ที่ไม่เกี่ยวข้อง การทะเลาะวิวาทที่รุนแรง นอกจากนี้ยังเป็นการไม่เหมาะสมที่จะมีร้านจำหน่ายเหล้าให้นิสิตที่สวมใส่ชุดในเครื่องแบบไปดื่มสังสรรค์กันอย่างไม่สนใจสายตาผู้คน ทั้งยังเห็นว่าบริเวณที่เป็นพื้นที่รอบมหาวิทยาลัยบูรพาไม่ควรมีร้านขายแอลกอฮอล์

นายอนุพันธ์ ชุติวรรณโสภณ เจ้าของร้านนม ‘วิวาเช่’ที่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ร่วมอยู่ด้วย บริเวณด้านหลังมหาวิทยาลัยบูรพา จ.ชลบุรี กล่าวว่า การที่มีร้านเหล้าให้เห็นอยู่รอบๆ สถานศึกษาเป็นจำนวนมากนั้น ก็เพราะพื้นที่แถวนี้ถือว่าเป็นทำเลทองของผู้ประกอบกิจการ ต้องเข้าใจว่าคนที่แสวงหากำไร ต่างก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจะทำให้ตรงเป้าหมายเพื่อหากำไร แต่ถ้ามองด้านศีลธรรมหรือหน้าที่ของพลเมือง มันก็ขัดแย้งกันมาโดยตลอด แต่ร้านเหล้า สถานบันเทิงที่ตั้งกันอยู่หน้ามหา’ลัยก็ถือว่ามากเกินไป อย่างร้านวิวาเช่ก็มีการจำหน่ายแอลกอฮอล์บ้างเหมือนกัน เพราะร้านของเราเป้าหมายอยู่ที่ทุกเพศทุกวัย ใครอยากดื่มนมก็มีนมจำหน่าย หรือใครอยากจะมานั่งดื่มเหล้าในบรรยากาศสบายๆ ก็มีจำหน่ายเช่นกัน แต่ก็พยายามทำให้มิดชิด การมาตั้งร้านอยู่หลังมหา’ลัยก็เป็นวิธีการหนึ่ง และไม่ได้ติดว่าที่ร้านขายเหล้าอย่างชัดเจน เพียงแต่มีอยู่ในเมนูให้เป็นทางเลือกของลูกค้า ก็เพื่อไม่ให้ถูกเพ่งเล็งว่าเปิดร้านเพื่อมอมเมานักศึกษาเพราะร้านที่จำหน่ายแอลกอฮอล์ก็ต้องมีการขอใบอนุญาต ร้านเราจึงไม่ใช่ร้านเหล้า หรือจะเป็นเรื่องการกำหนดระยะห่างจากสถานศึกษา  ร้านนี้ก็ถือว่าห่างจากระยะนั้นแบบเกาะขอบรั้ว เพราะถ้าไม่ผ่าน ก็คงไม่เปิดเหมือนกัน

นายอนุพันธ์ กล่าวต่อว่า มีนิสิตมานั่งดื่มที่ร้านเสมอๆ แต่เวลาที่มีนิสิตในเครื่องแบบมานั่งสั่งเหล้าปั่นก็รู้สึกกระดากเหมือนกัน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเราเปิดร้านขึ้นเพื่อแสวงหากำไร ก็ต้องขายๆ ไป จึงอยากให้ผู้บริโภคเข้าใจผู้ประกอบการบ้าง เราอยากขาย ลูกค้าก็ต้องคิดถึงความเหมาะสมด้วยเช่นกันแต่ในบางครั้งนิสิตบางกลุ่มก็จะรู้ตัวเองว่าใส่ชุดนิสิตมา ก็จะไม่สั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จะสั่งแต่อาหารหรือนม แต่หากมาในชุดอื่นๆ ก็มีสั่งบ้าง ในเรื่องนี้ จึงอยู่ที่จิตสำนึกของนิสิตเองด้วยว่าให้เกียรติสถาบันของตัวเองหรือไม่ และอย่างที่หาดวอนนั่งกินเหล้ากันทั้งชุดนิสิตก็ถือว่าไม่เหมาะสมเลยจริงๆ และถือว่าอันตรายด้วย

นายปฏิวัติ ขามชัย พนักนักงานร้านนม ‘ติดนม’ ใกล้มหาวิทยาลัยบูรพา บริเวณหาดบางแสน จ.ชลบุรี กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่ร้านจะขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะการที่ร้านมีเหล้าปั่นขาย ก็ถือได้ว่าเป็นทางเลือกเสริมให้กับลูกค้า แต่จุดประสงค์หลักในการเปิดร้านคือการขายนม แต่เมื่อเทียบปริมาณการซื้อและกำไรที่ได้หลักๆ จะมาจากการจำหน่ายแอลกอฮอล์หรือเหล้าปั่น เพราะเหล้าปั่นถือเป็นที่นิยมมากในหมู่นิสิตที่เป็นลูกค้าของที่ร้าน ซึ่งถ้าไม่จำหน่ายเหล้าปั่นที่ร้านอาจจะขาดรายได้และอยู่ไม่ได้

อาจารย์สุเนตร สุวรรณละออง หัวหน้าภาควิชาสังคมวิทยา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่า การที่มีร้านเหล้าตั้งอยู่บริเวณรอบๆ มหา’ลัยนั้น ถือเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งทุกวันนี้อบายมุขเข้ามาในชีวิตมากขึ้น เห็นได้จากร้านนมที่นิสิตชอบนั่งดื่มกัน ซึ่งมีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ด้วย ดังนั้นนิสิตควรจะมีสติ รู้จักยับยั้งชั่งใจ และเลือกที่จะบริโภคหรือใช้ชีวิตในที่ที่ทำให้ตัวเองมีอนาคตไม่ดีนัก รวมถึงพ่อแม่ควรให้คำแนะนำและชวนไปทำกิจกรรมที่สร้างสรรค์

อาจารย์สุเนตร กล่าวต่อว่าในแง่ของชุมชนไม่ควรปล่อยให้เด็กช่วยเหลือตัวเองอยู่ฝ่ายเดียว บุคคลรอบๆ ทั้งเทศบาล มหาวิทยาลัย ควรมีการจัดพื้นที่พิเศษให้ร้านเหล้า ซึ่งมหาวิทยาลัยควรจัดสถานที่ให้นิสิตทำกิจกรรมที่เหมาะสม อีกมุมหนึ่งคือมุมของผู้ประกอบการต้องมีจิตสำนึก ในการมองผลที่จะเกิดขึ้น นอกจากกำไรเพียงอย่างเดียว ควรนึกถึงกำไรระยะยาว คือเด็กที่จะโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต ทั้งนี้ทุกฝ่ายต้องช่วยกันคิดอย่างเป็นระบบและร่วมกันจัดการอย่างจริงจัง

อาจารย์ประเสริฐ ช่วยแก้ว อาจารย์ประจำภาควิชานิเทศศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา กล่าวว่าความวิตกกังวลอยู่ที่การรุกคืบเข้ามาของแอลกอฮอล์ที่เข้าแอบแฝงแม้กระทั่งในร้านนม เมื่อมองในมุมนี้จะเล็งไปที่ผู้ถือกฎหมายในบ้านเมืองก่อนว่าปล่อยให้ร้านแบบนี้เปิดอยู่ได้อย่างไร ทั้งทางด้านของผู้ปกครองก็มีความสำคัญไม่แพ้กันในการอบรมสั่งสอนลูกหลานในการใช้ชีวิต ทางด้านมหาวิทยาลัยก็ต้องช่วยกันสอดส่องดูแล ปัญหาเช่นจะต้องให้ทุกฝ่ายร่วมช่วยกันแก้ปัญหา จะเจาะจงเฉพาะตัวบุคคลหรือฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดไม่ได้

“ถ้าผู้ปกครองไม่สน มหาวิทยาลัยก็ไม่สนใจ เจ้าหน้าที่ไม่ดูแล เทศบาลก็ได้ประโยชน์ อีกหน่อยคงมีร้านเหล้าเข้ามาขายในมหาวิทยาลัย อย่าปล่อยให้สังคมเป็นสังคมมั่วสุม” อาจารย์ประเสริฐ กล่าว

อาจารย์ประเสริฐ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญของเรื่องนี้อยู่ที่กฎหมาย เพราะการเปิดร้านจำหน่ายแอลกอฮอล์ได้นั้นต้องมีใบขออนุญาต ต้องดูว่าก่อนเปิดร้านแจ้งขอเปิดร้านอะไร ถ้าแจ้งเปิดเป็นร้านนมแล้ว หลังจากเปิดมีการจำหน่ายแอลกอฮอล์ถือว่าผิดกฎหมาย

นับวันอบายมุขยิ่งคืบคลานเข้ามาใกล้ตัวมากขึ้นทุกที  ถ้าจะพร่ำบอกให้เยาวชนมีจิตสำนึกที่ดีไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับอบายมุขเหล่านี้ก็คงได้ แต่อาจจะได้ไม่ถึงครึ่ง ดังนั้น คงเป็นหน้าที่ของสังคม ซึ่งก็คงไม่พ้นรัฐบาล ครู อาจารย์ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าของร้านเหล้า ฯลฯ ที่จะต้องช่วยกันเอาจริงเอาจังกันอีกสักครั้งในการสกัดกั้นไม่ให้ร้านเหล้าเข้าใกล้สถานศึกษา เพราะสถานศึกษาเป็นแหล่งเรียนรู้ทั้งวิชาการและประสบการณ์ แต่อบายมุขก็ไม่ใช่สิ่งที่คู่ควรแก่การเรียนรู้

 

แก้ไขล่าสุด (วันเสาร์ที่ 17 กันยายน 2011 เวลา 00:04 น.)